posted on 24 Jul 2009 23:20 by o-ha-yo
ความหมายของ “อ๋อเหรอคะ?”
ถ้าคุณจำ forward mail ที่เกี่ยวกับเรื่องราวการสนทนาของสาวสองคนบนเครื่องบินได้ล่ะก้อ
คุณก้อจะรู้ความหมายของ “อ๋อเหรอคะ?”
คือคนที่ทำงาน(ไม่อยากเรียกว่าเพื่อน
เพราะมันได้หักเหลี่ยมโหดเราไปแล้ว แต่ยังหนาขนาดทำมาเป็นพูดด้วยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น)
เป็นแบบอ๋อเหรอคะอ่ะค่ะ อาจจะไม่ได้ชอบโชว์ว่ารวย แต่ก้อโชว์ในด้านอื่น แต่นั่นก้อไม่สำคัญเท่ากับการที่มันเอาเรื่องของคนอื่นไปพูดอย่างเสียหาย
แถมใส่ไข่ซะมากมาย จนคนอื่นเชื่อมันหมดแล้ว คือผู้หญิงคนนี้เป็นเพื่อนก๊วนกินข้าวด้วยกันมาก่อน
ตอนนั้นมีอะไรก้อเล่า ก้อปรึกษากันตลอด
เป็นเวลาหลายปีโดยไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนี้หักหลังเรา เอาเรื่องเราซึ่งมีความจริงอยู่ 0.1% หรือบางเรื่องก้อไม่มีมูลเลย
เอาไปใส่ไข่ ใส่สี ใส่ข่าตะไคร้ ใบมะกรูด พริกและอีกมากมาย ไปพูดให้คนอื่นฟัง พูดไปพูดมา
เรื่องอ่ะค่ะ ธรรมชาติของมันจะวนเป็นวงกลม ออกจากปากไป
สุดท้ายไม่นานมันจะวนมาหาผู้ถูกกล่าวหาจนได้ แล้วเราก้อได้ยินเรื่องราวที่มันเอาไปเล่า
เราเลยเริ่มรู้พฤติกรรมของยัยคนนี้ โดยภาพลักษณ์แล้ว เค้าจะเป็นคนน่ารัก สวย
นิสัยดี เอาใจใส่เพื่อนรอบข้าง จิตใจกว้าง พูดเพราะ เป็นที่รักของคนทั่วไปค่ะ
แต่ดูพฤติกรรมของเค้านะคะ ถ้าวันไหนเค้าแต่งตัวสวยมา เค้าจะเดินผ่านทีละบูธ
หมุนตัว 1 รอบเพื่อรับคำชม บางคนชื่นชมขนาดกล่าวว่า เค้าคือนางฟ้า
บางคนว่าเหมือนตุ๊กตา (ชั้นว่ามันเหมือนชั้คกี้ ตุ๊กตาสยองมากกว่า)
แต่คือถ้ามันแค่นั้นชั้นก้อไม่อะไรหรอกค่ะ
การโชว์ตัวให้คนอื่นชมมันไม่ได้เลวร้ายอะไร แต่ที่ว่าสยองก้อคือว่าถ้าวันไหนเราแต่งตัวสวย
แม้จะสวยไม่เท่าเค้า แต่ตัวเค้ารู้สึกไปเองว่าเราสวยกว่า เค้าจะทนไม่ได้ค่ะ
เค้าจะเดินมาเอง มาพูดดังๆให้คนอื่นได้ยินด้วย ทั้งพูดให้เสียselfกันไป
พูดจาเหน็บแนม พูดจนบางคนไม่ใส่ชุดนั้นมาอีกเลย เค้าจะดีใจมากค่ะ และแม้เค้าจะรู้ว่าเรารู้พฤติกรรมสยองของเค้า ต่อหน้าคนอื่นก้อยังทำเป็นคุยด้วยปกติ
เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเพื่อรักษาภาพพจน์ด้วยค่ะ ไม่แค่นั้นค่ะ
เข้าไปในห้องหัวหน้าบ่อยๆ ไอ้เราก้อนึกว่าคุยงาน เปล่าค่ะ! มันเอาเรื่องในแผนกไปเล่าให้หัวหน้าฟัง
เรื่องจริงจะไม่ว่า มันเป็นเรื่องนินทาชาวบ้าน ควบด้วยไข่ของมัน พริก มะนาว ขิง
ข่าอีกเพียบ บางอารมณ์ยังเข้าไปบอกหัวหน้าขอลูกน้องเป็นของตัวเองหนึ่งคน
และยังขอเงินเดือนขึ้นด้วย ช่างกล้าหาญเสียจริง
ส่วนคนอย่างเรากลายเป็นแม่มดทันใดค่ะ
เพราะอะไรคะ เพราะมันเอาไปพูดซะเราเป็นแม่มดไปแล้วน่ะสิคะ ไอ้เรามันก้อไม่ได้พูดอ่อนหวาน
ไพเราะ ขี้อ้อนซะด้วยสิ เรามันคนตรง เกลียดนักไอ้เรื่องโกหก นินทา อยุติธรรม พวกเนียะ
ถ้าวันนึงเกิดทนไม่ไหว เพราะเราเคยทำใจ ให้อภัยมันไปแล้ว แต่...คนเรานะ...มันไม่ยอมหยุด
มันคลืบคลานเข้ามาใกล้กันทุกที ขนาดนินทาให้หัวหน้าฟัง แล้วตอนนี้มันเอาเรื่องไปพูดกับหัวหน้าแต่กลับบอกว่าเพื่อนสนิทของมันเป็นคน
เอาไปพูดนินทาโน่นนี่
หัวหน้าบอกจะเรียกเข้ามาถามว่าจริงหรือเปล่า มันบอกอย่าเลยเดี๋ยวเพื่อนมันไม่บอกอะไรอีก
หัวหน้าดันเชื่อ! ดู๊..ดู ดูหัวหน้าเค้าทำ ยังจะเชื่อมันอีก
นี่เพื่อนสนิทมันไม่รู้ตัวเลยนะว่ามีนางฟ้าสุดที่รักกำลังโยนบาปให้ คันปากมากค่ะ
อยากบอกใจจะขาด
แต่ก้อกลั้นใจไว้ ตอนนี้มันเริ่มไหวตัวทัน
พยายามตีตัวออกห่าง สงกะสัยคงกลัวเราเปิดเผยความจริง...ถ้าทนไม่ไหวแล้วเราผลักมันล้ม
แล้วววว ตบ..ตบ..ตบ
จะทำยังไง เมื่อไหร่ฟ้าจะลงโทษคนเลวก้อไม่รู้เนอะ! เป็นคุณจะทำยังไงกะอีคุณอ๋อเหรอคะดีคะ?
edit @ 24 Jul 2009 23:24:40 by O-HAYO
posted on 24 Jul 2009 21:45 by o-ha-yo
เฮ้อออ...กว่าคอมจาใช้ได้เล่นเอามือเป็นง่อยไม่ได้พิมพ์ไปหลายเดือน
แต่ก้อดีใจใช้ได้ซักที อิอิ
แอบเล่าย้อนหลัง
ปลายเดือนก่อนนู้น วันศุกร์ เป็นวันงอแงประจำweek ของเรา เพราะว่าคนอื่นทำงานแต่เราแอบโดด เวลาได้ไปโน่นนี่
ไปไหว้พระ ไปที่เก่าๆ วันธรรมดาที่ไม่ใช่เสาร์อาทิตย์มันดูได้อารมณ์ดี ได้รู้สึกชิลๆจริงๆ
คิดถึงวันเก่าๆ แล้วรู้สึกเหมือนมีสารบางอย่างในร่างกายมันไหลเวียนให้มีความสุข ชาร์จแบตหัวใจให้แข็งแรงมากขึ้น
จากแผนที่ว่าจะไปเก้าวัด ในที่สุดความซวยที่ติดตัวมาตั้งแต่เด็กยันโต
ก้อยังอยู่คงกระพันต่อไป พี่สาวติดงานต้องเจรจาธุรกิจพันล้านตอนบ่าย ข้าเจ้ากะน้องเลยพาพี่สาวสุดที่รักไปเที่ยวได้แค่ครึ่งวัน
แต่ว่าอีเรืองมีแผนสำรองเสมอ
ครึ่งวัน 3 วัดก้อยังได้ เอาวัด 3 วัดที่ต้องนั่งเรือด่วนลำเล็ก
30 บาท วิ่งสามวัด วัดอรุณ วัดระฆัง และก้อวัดกัลยาณมิตร
เริ่มจากนั่งรถสาย 23 ทางด่วน แต่เช้าตรู่ นั่งเมาท์กันไม่นานก้อถึงคุรุสภา
เดินทะลุไปขึ้นสาย 12 ลงปากคลองตลาด กินก๋วยเตี๋ยวเป็ดเป็นมื้อเช้าของเรา
แล้วเดินเลือกซื้อพวงมาลัยไว้ไปไหว้พระกันเล็กน้อย จากนั้นเดินไปขึ้นเรือข้ามฝาก นั่งลมเย็นๆ
ไม่นานก้อถึงวัดกัลยาณมิตร ไม่เคยเห็นวันที่คนน้อยแบบนี้เลย ก้อเงียบดี
แปลกตานิดหน่อย ที่นี่ทำบุญใส่ตู้ค่าธูปเทียน น้ำมัน เป็นชุดๆ เราขอเป็นชุดแล็ก
20 แล้วกัน
ไหว้พระปิดทองแล้วก้อเข้าโบสถ์สักการะหลวงพ่อโตองค์ใหญ่
ชักภาพ ตีกลอง ตีฆ้องเอาฤกษ์เอาชัยก่อนกลับ
เราเดินไปไหว้ศาลเจ้าแม่กวนอิมที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่ไม่ห่างจากวัดนัก
ที่นี่ร่มเย็นและก้อได้อารมณ์เก่าๆ ดี
จากนั้นเราเดินไปถามที่ท่าเรือว่าเรือด่วนจะมากี่โมง นะ...อีเรืองมีเซอร์ไพรส์เสมอ
เค้าบอกว่า “มีเฉพาะเสาร์-อาทิตย์ค่ะ” แป่วววว...
เวรกรรม.... มะเป็นไร
เอาใหม่ คิดใหม่ เราตัดสินใจนั่งแท็กซี่ดีกว่าเพราะถ้าสามล้อคงพอกันแถมไม่เย็นด้วย
วันนี้อากาศร้อนๆ ต้องการความเย็นอย่างแรง!
ซักไม่เกิน10 นาทีก้อถึงวัดอรุณเราแอบซื้อกล้วยทอด
ไข่นกกระทาทอดแก้หิว เราสักการะที่วิหารเพราะโบสถ์ปิด
ถ่ายรูปแก้เซ็งนั่งกินหนมชิลๆซักพัก ก้อเดินทางต่อ เราจะไปวัดที่เป็นไฮไลท์ของเราวันนี้ค่ะ
วัดระฆัง “จะให้อาหารปลา จะให้อาหารปลา
เย้ เย้ เรากะนั่งแท็กซี่ แต่พอดีแอบเห็น
ว้าววว!
มีรถตุ๊กตุ๊กประจำทางด้วย
แค่คนละ5บาทเอง คันอาจจะเล็กนิดนึงแต่ก้อโอเค แป๊บเดียวก้อถึงแระ แต่ไม่เคยมาทางบก
แอบเดินเข้าวัดไกลนิดส์นึง ที่นี่คนยังเยอะเหมือนเดิมแต่ก้อไม่เท่าเสาร์อาทิตย์ วัดนี้มีทั้งโบสถ์และศาลาเล็กที่สักการะหลวงพ่อโตกับสมเด็จพระพุฒธาจารย์โตอีก
2 ศาลา ไหว้กันให้หนำใจกันไป แระแล้วก้อถึงเวลาลั้นลาของเรา
เราซื้ออาหารปลาเม็ดๆ ถุงนึงพี่สาวกับน้องสาวซื้อขนมพองๆ คนละถุง
แล้วเราจะไปให้อาหารปลากัน ระหว่างเดิน...นะ...อีเรืองมีเรื่องเซอร์ไพรส์อีกแร้ววว
ร้านขายของ ขายปลา ข้าวของสังฆทานริมทางหายไปไหน ไม่มีซักร้าน
เราเดินจนเกือบถึงท่าน้ำ เห็นแค่ร้านขายอาหารปลาขนมปัง
แล้วก้อมีมือลึกลับส่งกระดาษที่หน้าตาเหมือนเมนูมาตรงหน้า พร้อมพูดว่า “สั่งได้นะคะ อยากได้ปลาอะไรบอกเลยค่ะ
ดูก่อนค่ะ” เราก้อมองหน้ากัน
มองพี่เพราะพี่ตั้งใจมาปล่อยปลา แต่พี่บอกว่าไม่เอา
แล้วเราก้อเดินไปให้อาหารปลากันอย่างสนุกสนานที่ท่าน้ำ ที่นี่ให้สนุกดีเพราะปลาเยอะมาก
ให้หมดแว้วววว....ยังไม่หายมัน! เดินไปซื้อขนมปัง แต่พอถามราคามันเหมือนแพงกว่าในวัดเลย
เรารู้สึกแปลกๆ เลย..ไม่เอาดีฝ่า! ชื่มชมฝูงปลาแสนน่ารักจนหนำใจ
แล้วเราก้อชวนกันกลับ ระหว่างทางแอบถามพี่ว่า ทำไมไม่ปล่อยปลา พี่บอกว่า “พี่ว่าที่เค้าพูดว่า สั่งได้อ่ะ
มันแปลกๆ เหมือนสั่งเค้ามาฆ่า ไม่รู้ดิ่ พี่ไม่ชอบ ไม่ปล่อยดีกว่า” ก้อเนอะ ดูแปลกๆจริงๆ
เราข้ามเรือมาท่าช้างหาของกิน เราร้อนเลยขอร้านแอร์เย็นๆ ได้ร้านชื่ออะไรจำไม่ได้แต่เป็นร้านเหมือนของราชนาวี เรากินพวกสปาเกตตี้กัน
ราคาค่อนข้างสูง ถ้าเทียบกันรสชาติแล้ว สปาเกตตี้ร้านเชอรี่เบอร์รี่ที่แบริ่งอร่อยกว่า
ถูกกว่าด้วย เอาเป็นว่า แนะนำให้กินพวกก๋วยเตี๋ยวปลาแถวนั้นน่าจะโอกว่านะคะ หรือเดินไปหน่อยไปกินท่าพระจันทร์อร่อยกว่าค่ะ
วันนี้ทุกคนกลับบ้านด้วยความอิ่มหนำที่ได้งอแงหยุดงานมาเที่ยวสมใจ แต่แอบเหนื่อยล้าจากอากาศแสนร้อนและผิดหวังกับการนั่งเรือเที่ยวนิดหน่อย
แต่ก้อโอนะ เรือข้ามฝากก้อยังดี ถ้าว่างก้อเข้าวัดกันบ้างนะคะ
edit @ 24 Jul 2009 21:56:46 by O-HAYO
edit @ 24 Jul 2009 21:57:59 by O-HAYO
posted on 24 Jun 2009 11:37 by o-ha-yo
ดีใจจัง แม้อาทิตย์ก่อนจะได้ไปเที่ยวกะเพื่อนที่ฟาร์มโชคชัย ก้อหนุกดี แต่ไหงไม่ดีใจเท่าที่จะไปพรุ่งนี้น้า...
คงเป็นเพราะว่ารู้สึกเหมือนเด็กโดดเรียนได้โบยบิน อิอิ พรุ่งนี้จะไปทำบุญคร่า...ไปกินนู่นนี่ chill chill
แล้วจะเก็บเรื่องราวพร้อมภาพมาฝากนะคะ